รูปอดีตของ melt คือ melted กับ molten ที่ยังหลงเหลือ

The Wallaby44 min read3 views
รูปอดีตของ melt คือ melted กับ molten ที่ยังหลงเหลือ
On this page

คุณกำลังฟังแล้วจดคำสะกดท่อนพูดเรื่องครัว คนพูดปล่อยประโยคหนึ่ง คุณจดเป็น "He melt it in a pan over low heat" แล้วเครื่องหมายแดงขีดสองคำแรก ประโยคจริงคือ "He melted it in a pan over low heat" คุณไม่ได้แต่งคำ คุณได้ยินสyllable สามก้อนถูกต้อง แต่ตัดผิดจุด ตอบสั้นๆ ก่อน: อดีตกาลธรรมดาของ melt คือ melted และ past participle ก็คือ melted melt เป็นกริยาปกติ แค่เติม ed ไม่มีรูปอื่น

แล้วทำไมยังต้องมีทั้งหน้า เพราะจุดยากสองจุดของ melt อยู่นอกตารางผันกริยา อย่างแรก หาง ed ที่นี่เป็น syllable เต็มๆ ไม่ใช่พยัญชนะเกาะท้ายคำ: melted อ่านว่า /ˈmeltɪd/ สอง syllable และในภาษาอังกฤษมีเงื่อนไขเดียวที่เปิดการออกเสียงแบบนี้ อย่างที่สอง molten ยังอยู่ และทำให้หลายคนคิดว่า melt เป็นกริยาไม่ปกติ ไม่ใช่ แต่ molten มีจริง และคุณต้องรู้ว่าใส่มันตรงไหน

บทความนี้ไล่ครบชุดนั้น: ตารางรูปของ melt, สามชั้นการออกเสียงของหาง ed และทำไม melt ตกชั้นที่ยากที่สุด, melted กับ molten ต่างกันอย่างไร, ส่วนฟังที่วาง melted กับ melt it คู่กัน, คำประสมที่คุ้นเคยของ melt ในรูปอดีตกาล, และข้อผิดพลาดที่พบซ้ำๆ

ตารางรูปของ melt และสามชั้นการออกเสียงของหาง ed

ห้ารูป และไม่มีช่องไหนมีตัวเลือกที่สอง คอลัมน์สัทอักษรใช้สำเนียงอเมริกัน จุดไหนที่สำเนียงอังกฤษต่างชัดก็ใส่เพิ่ม

รูปคำสัทอักษรตัวอย่างสั้นๆ
รูป base (V1)melt/melt/Butter melts fast.
บุรุษที่สามเอกพจน์melts/melts/The ice melts by noon.
อดีตกาลธรรมดา (V2)melted/ˈmeltɪd/ สอง syllableThe snow melted overnight.
past participle (V3)melted/ˈmeltɪd/The ice has melted.
present participlemelting/ˈmeltɪŋ/The glacier is melting.

พูดตรงๆ ให้สั้น: melt เป็นกริยาปกติ ไม่มี melt, molt, molten แบบ drink, drank, drunk ไม่มีสองรูปผันตามภูมิภาคแบบ dream กับ dreamt มีแค่ melted ตัวเดียวรับสองบททาท อดีตกาลธรรมดาและ past participle ถ้าคุณมาหน้านี้เพราะสงสัยว่า melt ไม่ปกติ คำตอบอยู่ตรงนี้ และส่วนที่เหลือของบทความสำหรับสิ่งที่ยากจริงๆ

สิ่งที่ยากจริงๆ คือหาง ed ในภาษาอังกฤษ หาง ed มีสามวิธีออกเสียง และวิธีออกเสียงขึ้นกับเสียงท้ายของรากคำ ไม่ใช่ตามตัวอักษร หลังพยัญชนะไร้เสียง ed อ่านว่า /t/: walked, stopped, laughed, worked หลังสระหรือพยัญชนะมีเสียง ed อ่านว่า /d/: played, lived, cleaned, moved ส่วนชั้นที่สาม ชั้นที่เพิ่ม syllable เต็มๆ ใช้กับเงื่อนไขเดียวเท่านั้น

มีแค่รากคำที่ลงท้ายด้วย /t/ หรือ /d/ เท่านั้นที่เอาหาง /ɪd/ นั่นคือกฎทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้นอื่นที่ต้องจำ wanted, needed, started, visited, decided, ended และ melted เหตุผลตรงไปตรงมา: ถ้ารากคำลงท้าย /t/ อยู่แล้ว แล้วคุณเติม /t/ อีก หูจะแยกไม่ออก ภาษาอังกฤษจึงแทรกสระสั้นระหว่างกลางให้สองเสียงแยกกัน melt ลงท้าย /t/ ดังนั้น melted จึงมีสอง syllable คือ mel กับ tid

แล้ว molten ล่ะ molten เป็นชิ้นที่หลงเหลือจากรูป participle เก่า จากยุคที่ melt ยังผันตามการเปลี่ยนเสียง ยังไม่ตามกฎ กริยาเปลี่ยนมาใช้ melted มานานแล้ว แต่ molten ไม่หายไป มันแข็งตัวเป็นคำคุณศัพท์อยู่หน้าคำนาม: molten lava, molten metal, molten glass, molten rock คุณพูด "the ice has molten" ไม่ได้ และไม่มีใครพูด "the butter molten" molten อยู่แค่ช่องไวยากรณ์เดียว และพูดถึงวัสดุที่ถูกหลอมละลายที่อุณหภูมิสูงมากเท่านั้น

เพราะ melt เป็นกริยาปกติ บทความในกลุ่มการออกเสียงเดียวกันจะช่วยคุณได้มากกว่าบทความเรื่องกริยาไม่ปกติ อดีตกาลของ want เป็นคำ /ɪd/ ที่พบบ่อยที่สุด และก็ถูกจดพลาดแบบเดียวกับ melted อดีตกาลของ need ให้ครึ่งที่เหลือของกฎ รากคำลงท้าย /d/ แทน /t/ อดีตกาลของ start มีกลุ่มพยัญชนะเดียวกันก่อนหาง ed จึงหล่นเสียงเหมือน melted ในประโยคเร็วๆ อีกสองบทความที่ควรแวะ: อดีตกาลของ freeze เป็นกริยาตรงข้ามและไม่ปกติจริงๆ คือ froze กับ frozen ดังนั้น frozen กับ molten ดูเหมือนคู่สมมาตร แต่จริงๆ มีแค่อันเดียวที่ยังเป็น participle ที่ใช้ได้ อดีตกาลของ smell มีรูป smelt ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ และ smelt คือคำที่หูคุณจะสร้างขึ้นเมื่อได้ยินขอบคำหลุดก่อน melted อยากดูแผนที่ทั้งหมดอีกครั้ง บทความ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ จัด tense และกลุ่มกริยาไว้ตำแหน่งที่ถูก

melted ทำหน้าที่อะไรในประโยค และ molten ยังหลงเหลืออยู่ตรงไหน

กับกริยาปกติ กฎสั้นกว่ากริยาไม่ปกติหนึ่งขั้น: melted คือคำเดียวรับสองบททาท ยืนเดี่ยวๆ คืออดีตกาลธรรมดา ตามหลัง have, has, had หรือ be คือ participle คุณไม่ต้องเลือกระหว่างสองรูป คุณแค่ต้องไม่ลืมหาง ed

ประโยคถูกหรือผิดทำไม
The snow melted overnight.ถูกอดีตกาลธรรมดา melted ยืนเดี่ยวๆ
The snow has melted already.ถูกparticiple melted ตามหลัง has
The snow has melt already.ผิดขาดหาง ed หลัง has ต้องเป็น melted
Did the butter melted in the pan?ผิดหลัง did ต้องเป็นรูป base melt
The ice has molten completely.ผิดmolten ไม่ใช่ participle แล้ว เป็นแค่คำคุณศัพท์
She melted the chocolate over water.ถูกmelt ใช้เป็น transitive verb มีกรรม

รายละเอียดในแถวสุดท้ายควรพูดเพิ่ม melt ไปได้สองทาง: ของละลายเอง melt ไม่ต้องมีกรรม ส่วนคนทำให้ของละลาย melt มีกรรม "The butter melted" กับ "She melted the butter" ถูกทั้งคู่ ต่างกันแค่ใครเป็นผู้กระทำ ภาษาไทยก็มีคู่นี้ ละลาย กับ ทำให้ละลาย จุดนี้จึงไม่ค่อยทำให้ผิด

ส่วนที่ทำให้สับสนจริงๆ คือโซนความหมายรอบ melt ภาษาไทยรวมหลายเรื่องไว้ในคำว่า ละลาย กับ หลอม ส่วนภาษาอังกฤษแยกเป็นหลายกริยาตามว่าเป็นสิ่งอะไร เปลี่ยนเป็นสถานะไหน หกแถวด้านล่างแยกออกให้

ประโยคความหมายจริง
The ice melted in the glass.ของแข็งเปลี่ยนเป็นของเหลวเพราะความร้อน ตรงความหมายดั้งเดิมของ melt
The sugar dissolved in the water.ละลายในของเหลวอื่น ไม่ใช่เพราะความร้อน จึงใช้ dissolve
The meat thawed on the counter.ของแช่แข็งคลายน้ำแข็ง กลับสู่สภาพเดิม ใช้ thaw
I defrosted the freezer on Sunday.ละลายน้ำแข็งให้อุปกรณ์ นี่คืองานที่คุณทำเอง
They melted the scrap metal down.หลอมละลายเพื่อรีไซเคิล melt down มีกรรม
Her face melted into a smile.ความหมายเปรียบเทียบ สีหน้าผ่อนคลายแล้วเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น

คู่ที่ถูกเลือกผิดบ่อยที่สุดในตารางคือ melt กับ dissolve ใส่น้ำตาลในกาแฟร้อน มันละลาย แต่ละลายแบบผสมเข้ากับน้ำ ไม่ใช่ไหลเพราะความร้อน ดังนั้นประโยคที่ถูกคือ "the sugar dissolved" ถ้าคุณเขียน "the sugar melted in my coffee" คนพูดภาษาอังกฤษยังเข้าใจ แต่ประโยคชวนให้นึกภาพก้อนน้ำตาลไหลเป็นซироп ไม่ใช่หายไปในน้ำ กลับกัน "the ice dissolved in my drink" ผิดชัด เพราะน้ำแข็งไม่ละลาย มันละลาย (หลอม)

ส่วน molten ตามที่บอกไปแล้ว ยืนแค่หน้าคำนาม และพูดถึงวัสดุร้อนละลายที่อุณหภูมิสูงมากเท่านั้น ในภาษาอังกฤษชีวิตประจำวัน คุณเจอมันแค่ไม่กี่ที่: molten lava ในข่าวภูเขาไฟ molten metal ในอุตสาหกรรม molten core เวลาพูดถึงแกนโลก และ molten chocolate cake ในเมนูร้านอาหาร จุดเดียวที่ molten ไปกับอาหารได้ นอกจากก้อนเหล่านั้น ใช้ melted

ฟัง melted ในประโยคพูดจริง คู่กับ melt it

นี่คือส่วนของตารางผันกริยาที่ห้ามข้าม และเป็นส่วนที่ตัดสินว่าคุณจะคัดลอกถูกหรือพลาด บนกระดาษ melted ชัดเจนมาก: รากหนึ่งคำ ปลายหนึ่งคำ ในประโยคพูดที่ความเร็วปกติ ปลายนั้นเป็นทั้งพยางค์เต็มและเป็นพยางค์ที่อ่อนแอที่สุดในทั้งคำ และมันตกลงมาพอดิบพอดีตรงจุดที่มักถูกเข้าใจผิดเป็นคำอื่น

melted คือสองพยางค์ ไม่ใช่หนึ่ง นี่คือสิ่งที่ต้องฝังใหม่ก่อนอย่างอื่น ผู้เรียนที่คุ้นเคยกับ walked และ played ทั้งคู่เป็นพยางค์เดียว จึงให้หูไปหาพยางค์เดียวใน melted และจับได้แค่ส่วนต้น ได้ยิน mel แล้วหยุด ก็คัดลอกออกมาเป็น melt นึกถึงกฎเมื่อกี้จะเห็นว่าทำไม: รากกริยาลงท้ายด้วย /t/ และมีแค่รากที่ลงท้ายด้วย /t/ หรือ /d/ เท่านั้นที่จะเกิดพยางค์เพิ่ม

เสียง /t/ ตรงกลาง melted กลายเป็นการแตะลิ้นครั้งเดียวในอเมริกัน มันอยู่ระหว่างสองสระและไม่รับน้ำหนักเสียง จึงไม่ถูกปล่อยออกมาชัด ๆ แต่เป็นการแตะลิ้นเร็วมาก ใกล้ /d/ ประโยคดังออกมาเป็น "mel-did" ไม่ใช่ "mel-ted" นี่คือเหตุผลที่ผู้เรียนที่รู้กฎ /ɪd/ แล้วก็ยังไม่รู้จักเวลาฟัง: พวกเขาไปหาเสียง /t/ ที่คมชัด และไม่มีเสียงนั้นอยู่ตรงนั้น

melted กับ melt it เกือบเหมือนกัน /ˈmeltɪd/ กับ /melt ɪt/ มีเสียงเดียวกัน จำนวนพยางค์เท่ากัน ต่างกันแค่จุดเน้นเสียงและจุดตัดคำ ใน "He melted it" สามก้อนนี้ต่อกันเป็นสายเดียว "hi mel-di-dit" และคนคัดลอกต้องตัดสินใจว่าจะตัดตรงไหน ไวยากรณ์ตัดสินให้: หลังประธานต้องมีกริยาผันแล้ว ดังนั้นก้อนแรกคือ melted

เสียง /l/ ก่อน /t/ คือ dark l และอาจละลายเป็นสระ ในหลายสำเนียง melt ฟังเกือบเหมือน "mewt" และ melted กลายเป็น "mew-tid" ถ้าคุณรอเสียง /l/ ชัด ๆ แบบตัว l ในภาษาไทย คุณจะไม่ได้ยิน และทั้งคำก็พลิ้วผ่านหู

have กับ has ก่อน melted แทบมองไม่เห็น "The ice has melted" ในภาษาพูดจริงคือ "the ice's melted" เหลือแค่เสียง /s/ หรือ /z/ ติดปลายประธาน ฟังพลาดส่วนนั้นก็คัดลอกออกมาเป็น "the ice melted" ประโยคที่ไวยากรณ์ยังถูกแต่ tense ผิด และส่วนตรวจจะขีดฆ่า

ขอบเขตคำกับเสียง /s/ ด้านหน้าสร้างคำที่มีจริงขึ้นมา "It's melted" พูดเร็ว ๆ ฟังเหมือน "it smelted" และ smelted ไม่ใช่คำที่คุณแต่งขึ้น มันคืออดีตของ smelt หมายถึงหลอมแร่เอาโลหะ หูคุณไม่ผิด มันแค่ตัดผิดจุด และมันตัดออกมาเป็นคำที่ใช้ได้ จึงไม่มีอะไรเตือน

สามอย่างอยู่ติดกันในตารางด้านล่าง: ประโยคต้นฉบับ เสียงตอนพูดเร็ว และข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนมักคัดลอก คอลัมน์กลางคือเสียงที่หูจับได้ ไม่ใช่การถอดเสียงมาตรฐาน

ประโยคจริงฟังออกมาเหมือนผู้เรียนมักคัดลอกเป็น
He melted it in a pan.hi mel-di-din a panHe melt it in a pan.
The ice had melted by noon.the ais-əd mel-did bai noonThe ice have melt by noon.
Everything's melted in the bag.evrything smel-did in the bagEverything smelted in the bag.
The butter melted too fast.the bu-der mel-did too fastThe butter melt it too fast.
They melted the scrap down.they mel-did the scrap downThey melt the scrap down.
Her face melted into a smile.her face mel-di-dinto a smileHer face melted in to a smile.

ดูคอลัมน์ที่สามจะเห็นว่ามีสามชนิดของข้อผิดพลาด ไม่ใช่อย่างเดียว แถว "He melt it" กับ "the butter melt it" คือข้อผิดตัดคำ: เสียงครบ ขอบเขตผิด และทั้งสองครั้งคนคัดลอกเลือกวิธีตัดที่ได้ประโยคที่ฟังรู้เรื่อง แถว smelted คือข้อผิดขอบเขตต้นคำ เสียง /s/ ของ 's กระโดดไปเป็นพยัญชนะต้นคำถัดไป แถว "They melt the scrap down" คือข้อผิดปลายหลุดจริง: ปลาย /ɪd/ อยู่หน้า /ð/ จึงหดจนแทบไม่เหลือ และคนคัดลอกกลับไปใช้รูป infinitive เพราะเป็นรูปที่คุ้นเคยที่สุดในหัว

ภาพประกอบสองยอดคลื่นเสียงติดกันที่ท้ายประโยค ผู้ฟังกำลังลากเส้นแบ่งระหว่างสองยอด
ปลาย ed ของ melted เป็นพยางค์เต็ม และมันอยู่ตรงจุดที่หูมักตัดคำผิดที่สุด

หนึ่งรอบฟังจดเสียงบน WELE จัดเรียงสิ่งนั้นให้เห็นชัดมาก คุณคัดลอกประโยคเสร็จ ส่วนตรวจวางเวอร์ชันของคุณข้างต้นฉบับแล้ววงรอบตัวที่ไม่ตรง เมื่อคำที่ถูกขีดคือ melted แต่คุณคัดลอก melt it คุณได้รับการวินิจฉัยที่อ่านตารางออกเสียงปลาย ed ไม่มีทางให้: หูคุณจับพยางค์ครบ จุดที่หายอยู่ที่ขอบเขตคำ นั่นเป็นข้อผิดคนละแบบกับไม่ได้ยินปลาย และวิธีแก้ก็ต่างกัน

รอบฟังซ้ำหลังจากนั้นต่างจากรอบแรกมาก เพราะคุณรู้แล้วว่าต้องสนใจตรงไหน อ่านกฎออกเสียงสามชั้นในหัวข้อสองจบ สิบนาทีต่อมาคุณยังพูดซ้ำได้ว่ารากลงท้าย /t/ หรือ /d/ ใช้ /ɪd/ แต่หูของคุณยังไม่เปลี่ยนอะไร คัดลอกพลาดประโยคหนึ่งแล้วฟังซ้ำตรงจุดที่พลาด รอบถัดไปหูของคุณมีจุดอ้างอิงแล้ว อยากเข้าใจว่าทำไมเสียงเหล่านี้ติดกัน ไม่ใช่เพราะคุณฟังแย่ บทความ connected speech อธิบายกลไกการเชื่อมเสียงและการกลืนเสียงทั้งประโยค ถ้าอยากลงมือเลย ไลบรารี podcast มี transcript พร้อมทุกตอน

วลีที่พบบ่อยกับ melted

melt ไม่สร้าง phrasal verb กับคำบุพบทมากนัก มีแค่ melt down, melt away และ melt into ดังนั้นตารางด้านล่างผสมสามวลีนั้นกับการจับคู่ที่พบบ่อย คือก้อนคำที่คุณจะได้ยินเป็นวลีทั้งก้อน ไม่ใช่ทีละคำ ทั้งหมดเขียนในรูปอดีตหรือ past participle

วลีความหมายตัวอย่าง
melt downหลอมละลายเพื่อรีไซเคิลหรือเอาวัสดุThey melted down the old coins.
melt awayค่อย ๆ หายไป มักเป็นความหมายเปรียบเทียบHis nerves melted away after the first minute.
melt intoค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งอื่น กลมกลืนเข้าไปThe crowd melted into the side streets.
melted butterเนยที่ละลายแล้ว วลีตายตัวในสูตรอาหารBrush the top with melted butter.
melted cheeseชีสละลายThe bread came out under melted cheese.
melted chocolateช็อกโกแลตละลายShe folded melted chocolate into the batter.
the snow meltedหิมะละลาย การจับคู่ที่พบหนาแน่นในข่าวอากาศThe snow melted before the weekend.
melted in the heatละลายเพราะร้อนThe candles melted in the heat of the car.
melting pointจุดหลอมเหลว คำศัพท์ตายตัวLead has a low melting point.
somebody's heart meltedใจอ่อน ซาบซึ้งMy heart melted when she said that.
a meltdownคำนาม คำเดียว หมายถึงเหตุการณ์ใหญ่หรือการควบคุมตัวเองไม่ได้The server had a meltdown at peak hour.
melted down (ความหมายเปรียบเทียบ)สติหลุดสนิทHe melted down halfway through the interview.
molten lavaลาวา ใช้ molten ไม่ใช้ meltedMolten lava reached the road by morning.

สองแถวท้ายตารางควรหยุดดู เพราะมีกับดักการสะกดสองแบบ meltdown เขียนติดกันเป็นคำนาม melt down เขียนแยกเป็นกริยา "The reactor had a meltdown" กับ "They melted the metal down" เป็นสองโครงสร้างต่างกัน และเขียนติดหรือแยกผิดที่เป็น error ที่เห็นบ่อยในอีเมลงาน

แถว molten lava ตรวจเรื่องอื่น นี่เป็นจุดเดียวในตารางที่ใช้ melted ไม่ได้ และเหตุผลไม่ใช่ไวยากรณ์ แต่เป็นความเคยชินของการใช้คำที่ตายตัวแล้ว "Melted lava" ไม่ผิดโครงสร้าง แต่ไม่มีใครพูดแบบนั้น เหมือนในภาษาไทยคุณพูดลาวา ไม่พูดหินร้อนละลายเวลารายงานข่าว

อีกจุดเรื่อง tense "The snow melted last week" วางเหตุการณ์ไว้ที่จุดปิดแล้ว แบบเล่าเรื่อง "The snow has melted" พูดถึงสถานะตอนนี้: ลานสะอาดแล้ว ออกไปได้แล้ว เวลาฟัง สัญญาณแยกสองประโยคกลับเป็นส่วน has ที่ถูกย่อด้านหน้า คือส่วนที่หายง่ายที่สุดในภาษาพูดเร็ว

ข้อผิดที่คนไทยมักทำกับ melt

ปลาย ed หลุดเพราะไม่ได้ยิน "The snow melt overnight" เป็นข้อผิดที่พบบ่อยที่สุดของทั้งหน้านี้ และไม่ใช่ข้อผิดไวยากรณ์ แต่เป็นข้อผิดจากการฟังที่กลายเป็นข้อผิดการเขียน คุณคัดลอกสิ่งที่ได้ยิน และสิ่งที่ได้ยินคือพยางค์อ่อนที่ถูกบดบังระหว่างสองคำ วิธีแก้คือฝึกฟังคู่ melt กับ melted วางคู่กัน ไม่ใช่เรียนกฎใหม่

หลัง did กลับใช้ melted "Did the butter melted?" เป็นประโยคผิด แม้มันจะสมเหตุสมผลมากสำหรับคนที่เพิ่งนึกได้ว่า past ของ melt คือ melted did แสดงความหมายอดีตแล้ว กริยาจึงกลับไปใช้รูป infinitive: "Did the butter melt?" ข้อผิดพลาดนี้มักโผล่มาพอดีตอนที่คุณกำลังตั้งใจจำคำลงท้าย ed

ใช้ molten เป็นส่วนกริยา "The ice has molten" ฟังดูคลาสสิกและน่าเชื่อถือ แต่มันผิด molten ใช้ได้แค่หน้าคำนาม และพูดถึงสสารที่ละลายร้อนในอุณหภูมิสูงเท่านั้น หลัง have, has, had ใช้ melted เสมอ แม้คุณจะพูดถึงโลหะก็ตาม

เขียน melt it แทน melted หรือกลับกัน นี่คือข้อผิดพลาดเรื่องขอบเขตคำที่พูดไว้ในหัวข้อฟัง และมันไปได้ทั้งสองทาง มีคนเขียน "He melt it the chocolate" คือสร้างกรรมตรงขึ้นมาเกิน มีคนเขียน "He melted the chocolate" ทั้งที่ประโยคจริงคือ "He melts it, the chocolate" จุดตรวจคือไวยากรณ์ ไม่ใช่หู: หลังประธานต้องมีกริยาที่ผันครบ

ใช้ melt กับสิ่งที่ละลาย น้ำตาลในน้ำ เกลือในซุป เม็ดฟizz ในแก้ว ทั้งหมดนี้ dissolve ไม่ใช่ melt melt ต้องมีความร้อน และต้องเป็นของแข็งที่เปลี่ยนเป็นของเหลวเอง น้ำแข็ง melt น้ำตาล dissolve และสองประโยคนั้นวาดภาพคนละแบบกัน

เขียน meltdown กับ melt down สลับกัน คำนามเขียนติด กริยาเขียนห่าง "There was a meltdown in the third quarter" กับ "They melted down the old parts" ถูกทั้งคู่ ส่วน "There was a melt down" สะกดผิด และ "They meltdowned the parts" ผิดทั้งสองด้าน

อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ยินได้ แต่ใช้ไม่ได้ ในข้อความและคอมเมนต์ คุณจะเจอเจ้าของภาษาเขียน "the ice melt" หรือ "it melt already" ตัดคำลงท้ายเพื่อความเร็ว นั่นคือการเขียนเร็วบนมือถือ ไม่ใช่มาตรฐาน ในการสอบ ในอีเมลงาน ในเอกสารใดๆ ที่มีคนอ่านอย่างละเอียด คำลงท้าย ed ต้องอยู่

แบบฝึกหัดสั้นๆ

แป восемь ประโยค เติม melt, melts, melted, melting หรือ molten เปิดเฉลยท้ายหลังทำครบทั้งชุด

  1. The snow ______ before we got there yesterday.
  2. Did the chocolate ______ in the car?
  3. All the ice has ______ already.
  4. ______ lava reached the edge of the village.
  5. She was ______ butter for the sauce when I called.
  6. They ______ the old coins down to make a bowl.
  7. Lead has a fairly low ______ point.
  8. My heart ______ when I read her message.

เฉลย: 1. melted. 2. melt. 3. melted. 4. Molten. 5. melting. 6. melted. 7. melting. 8. melted.

ข้อ 2 กับข้อ 4 เป็นสองข้อที่ควรหยุดดู ข้อ 2 มี did อยู่หน้า กริยาจึงกลับเป็นรูป infinitive และมันผิดบ่อยที่สุดเพราะอยู่ติดกับประโยคที่ต้องใช้คำลงท้าย ed ข้อ 4 ไม่ได้ทดสอบการผันกริยา มันทดสอบว่าคุณจำได้ไหมว่า molten อยู่ได้แค่หน้าคำนาม ถ้าเติม melted ในข้อ 4 ประโยคยังถูกไวยากรณ์ แต่ไม่ใช่วิธีที่คนใช้พูดถึงลาวา และท้ายหัวข้อสองควรอ่านซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย

past ของ melt คืออะไร?

past simple ของ melt คือ melted และ past participle ก็คือ melted คำเดียวรับสองบทบาท melt เป็นกริยาแบบมีกฎ เติม ed ก็พอ

Melt เป็นกริยาแบบมีกฎหรือไม่มีกฎ?

มีกฎ มันถูกสงสัยว่าไม่มีกฎเพราะ molten ยังอยู่ แต่ molten ออกจากระบบการผันกริยามานานแล้ว และเหลือแค่คำคุณศัพท์ ทุกกาล ทุกบริบท รูปอดีตของ melt คือ melted

Melted ออกเสียงกี่พยางค์?

สองพยางค์ /ˈmeltɪd/ อ่านว่า mel-tid คำลงท้าย ed กลายเป็นพยางค์แยกเพราะตัวกริยาลงท้ายด้วย /t/ นี่เป็นเงื่อนไขเดียวที่ทำให้ออกเสียงแบบนี้ ร่วมกับตัวกริยาที่ลงท้ายด้วย /d/ เช่น needed

Molten กับ melted ต่างกันอย่างไร?

melted เป็นกริยา ใช้ได้ทุกตำแหน่งในประโยค molten เป็นคำคุณศัพท์เท่านั้น และอยู่ได้แค่หน้าคำนาม ใช้กับสสารที่ละลายร้อนในอุณหภูมิสูงมาก: molten lava, molten metal, molten glass ไม่พูด "has molten" และไม่พูด "the metal is molten now" ในบริบทประจำวัน

ทำไมฟัง melted แล้วสับสนเป็น melt it?

เพราะสองชุดเสียงนี้มีพยางค์เดียวกันและจำนวนพยางค์เท่ากัน ต่างกันแค่จุดตัดคำและจุดเน้น ในประโยคพูดเร็วมันรวมเป็นสายเสียงต่อเนื่อง และหูไม่มีช่องว่างให้เกาะ จุดตัดสินคือไวยากรณ์: หลังประธานต้องมีกริยาที่ผันครบ

เรียนส่วนคำลงท้าย ed นานแค่ไหนถึงฟังออกในประโยคพูดเร็ว?

ส่วนกฎ คุณเข้าใจได้ในหนึ่งชั่วโมง เพราะมีแค่สามชั้น ส่วนหูขึ้นกับพื้นฐานการฟังปัจจุบัน และวิธีวัดที่ใช้ได้จริงที่สุดคือถอดบทสนทนาสั้นๆ แล้วนับว่ายังหลุดคำลงท้ายตรงไหน ทดสอบระดับการฟัง ครั้งหนึ่งก่อนเริ่มก็พอให้มีจุดอ้างอิงภายหลัง

ตารางรูปของ melt คุณอ่านจบในยี่สิบวินาที เพราะมีแค่คำเดียวที่ต้องจำ ส่วนที่เหลือ เรื่อง melted มีสองพยางค์ไม่ใช่หนึ่ง และเรื่องมันซ้อนกับ melt it เมื่อประโยควิ่งเร็ว จะเข้าหูจริงๆ เมื่อคุณถอดพลาดแล้วเห็นจุดที่พลาด เลือกชุดสั้นๆ แล้วลอง ฟังแล้วถอดคำสะกด ช่วงที่มี melted แล้วกลับไปดูกฎสามชั้นของคำลงท้าย ed ว่ามันยังแห้งๆ อยู่ไหม

The Wallaby
The Wallaby reads, sorts and writes up what actually helps self-learners: dictation, listening practice and keeping an English habit alive.