ตัวอักษรภาษาอังกฤษ: 26 ตัว วิธีอ่านชื่อตัวอักษร และวิธีสะกดผ่านโทรศัพท์

On this page
คุณโทรธนาคารต่างประเทศเพื่อเปิดบัญชี พนักงานถามนามสกุล คุณอ่านว่า "Nguyen" ฝ่ายตรงข้ามฟังไม่ชัดและขอให้คุณสะกดทีละตัว คุณอ่าน N, G, U, Y, E, N พวกเขาทวน: "M, J, U, I, I, M?"
ยี่สิบหกตัวอักษรเป็นบทเรียนแรกของเกือบทุกคนที่เรียนภาษาอังกฤษ และเป็นบทเรียนเดียวที่ไม่มีใครกลับมาทบทวน คุณจำลำดับ A ถึง Z ตั้งแต่ประถม แต่การจำลำดับกับการอ่านชื่อตัวอักษรแต่ละตัวให้ถูกเป็นคนละเรื่อง และมีแค่เรื่องหลังที่ช่วยคุณเมื่อต้องอ่านที่อยู่อีเมลให้คนที่มองหน้าจอคุณไม่เห็น
หน้านี้มีตารางครบ 26 ตัวพร้อมการถอดเสียงชื่อตัวอักษร ข้อผิดพลาดที่คนไทยแทบทุกคนมักทำ ชุดประโยคสำหรับสะกดชื่อและอีเมลทางโทรศัพท์ ตารางรหัส NATO ที่คอลเซ็นเตอร์และสายการบินยังใช้อยู่ และท้ายสุดคือคู่ชื่อตัวอักษรที่มักฟังสับสนที่สุดเมื่อคนสะกดเร็ว
- ตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษครบ 26 ตัว
- สระ พยัญชนะ และเรื่องที่ชื่อตัวอักษรไม่เหมือนเสียงตัวอักษร
- สามกลุ่มสัมผัสที่ซ่อนอยู่ในตารางตัวอักษร
- ห้าข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำเมื่ออ่านชื่อตัวอักษร
- สะกดชื่อและอีเมลทางโทรศัพท์
- ตาราง NATO phonetic alphabet
- ฟัง: คู่ชื่อตัวอักษรที่มักฟังสับสน
- คำถามที่พบบ่อย
ตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษครบ 26 ตัว
ตารางด้านล่างบันทึกชื่อตัวอักษร คือสิ่งที่คุณอ่านออกเมื่อสะกด ไม่ใช่เสียงที่ตัวอักษรนั้นสร้างในคำ สองอย่างนี้ต่างกัน และส่วนถัดไปจะอธิบายละเอียด
คอลัมน์ "อ่านใกล้เคียง" ใช้ช่วยจินตนาการเท่านั้น ไม่ทดแทนการถอดเสียง ภาษาไทยไม่มีเสียง /dʒ/, /f/, /z/ หรือพยัญชนะท้าย /l/ อยู่แล้ว การถอดเป็นอักษรไทยจึงเพี้ยนนิดหน่อยทุกวิธี เมื่อสองคอลัมน์ขัดกัน ให้เชื่อคอลัมน์ IPA
| ตัวอักษร | ชื่อตัวอักษร (IPA) | อ่านใกล้เคียง | กับดักที่พบบ่อย |
|---|---|---|---|
| A a | /eɪ/ | เอ | อย่าอ่านว่า "a" สัมผัสเดียวกับ H, J, K |
| B b | /biː/ | บี (i ยาว) | ทางโทรศัพท์มักกลายเป็น V หรือ P |
| C c | /siː/ | ซี (i ยาว) | อย่าอ่านว่า "เซ" เสียงต้นเป็น /s/ ไม่ใช่ /k/ |
| D d | /diː/ | ดี (i ยาว) | สับสนกับ T และ B ในกลุ่มสัมผัสเดียวกัน |
| E e | /iː/ | อี (ยาว) | ตัวนี้ต่างหากที่อ่านว่า "i" หลายคนอ่านผิดเป็น /aɪ/ |
| F f | /ef/ | เอฟ | ท้ายเป็น /f/ ริมฝีปากล่างแตะฟันบน ไม่ใช่ /p/ |
| G g | /dʒiː/ | จี (เสียงต้นเหมือนใน "job") | ต้นเหมือน J แต่สัมผัสเหมือน E |
| H h | /eɪtʃ/ | เอช | ไม่ใช่ "ฮาท" ชื่อตัว H ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยเสียง /h/ เลย |
| I i | /aɪ/ | ไอ | อ่านว่า "ai" ไม่ใช่ "i" |
| J j | /dʒeɪ/ | เจ | ต้นเหมือน G แต่สัมผัสเหมือน A |
| K k | /keɪ/ | เค | ระบายลมที่ต้น สัมผัสเดียวกับ A, H, J |
| L l | /el/ | เอล (ปลายลิ้นแตะเหงือกบน) | หายเสียง /l/ ท้ายคำ เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด |
| M m | /em/ | เอ็ม | ต่างจาก N แค่จุดเดียว: ปิดริมฝีปากสองข้างตอนท้าย |
| N n | /en/ | เอ็น | ต่างจาก M แค่จุดเดียว: ปลายลิ้นแตะเหงือก ริมฝีปากเปิด |
| O o | /əʊ/ (Anh), /oʊ/ (Mỹ) | โอ | เป็นสระคู่ ปากต้องเลื่อน ไม่คงที่ที่ "โ" |
| P p | /piː/ | พี (i ยาว) | ระบายลมชัดกว่า B คนไทยมักระบายเบาเกินจนกลายเป็น B |
| Q q | /kjuː/ | คิว | มีเสียง /j/ แทรกกลาง ไม่ใช่ "quy" |
| R r | /ɑː/ (Anh), /ɑːr/ (Mỹ) | อา (ยาว) | ไม่ใช่ "ร" สำเนียงอเมริกันบิดลิ้นท้ายคำ สำเนียงอังกฤษไม่บิด |
| S s | /es/ | เอส (ท้าย /s/) | โครงเดียวกับ F และ X ต่างแค่ท้าย |
| T t | /tiː/ | ที (i ยาว) | ระบายลมชัดกว่า D ขาดลมผู้ฟังจดเป็น D |
| U u | /juː/ | ยู | มี /j/ ต้นคำ อ่านเหมือน "you" ทุกประการ |
| V v | /viː/ | วี (i ยาว) | ฟันบนแตะริมฝีปากล่างแล้วสั่น ต่างจาก B ชัดเจน |
| W w | /ˈdʌbəljuː/ | ดับ-blew-yu | สามพยางค์ เน้นพยางค์แรก ตัวอักษรยาวที่สุดในตาราง |
| X x | /eks/ | เอ็ก-เอส | สามเสียงต่อกัน: /e/ แล้ว /k/ แล้ว /s/ |
| Y y | /waɪ/ | ไว | อ่านเหมือน "why" ทุกประการ |
| Z z | /zed/ (Anh), /ziː/ (Mỹ) | เซ็ด หรือ ซี | ตัวเดียวที่ชื่อเปลี่ยนครบระหว่างสองสำเนียง |
ถ้าคุณเรียนการออกเสียงอย่างจริงจังทั้งคำ ไม่ใช่แค่ชื่อตัวอักษร ส่วนพื้นฐานอยู่ในบทความ phát âm tiếng Anh ที่อธิบายระบบ 44 เสียงและการวางลิ้นสำหรับแต่ละเสียง
สระ พยัญชนะ และเรื่องที่ชื่อตัวอักษรไม่เหมือนเสียงตัวอักษร
ใน 26 ตัว มีห้าตัวที่ถือว่าเป็นสระ: A, E, I, O, U อีกยี่สิบเอ็ดตัวเป็นพยัญชนะ Y อยู่กลางสองกลุ่ม: ทำหน้าที่พยัญชนะต้นคำ ("yes", "yellow") แต่ทำหน้าที่สระกลางและท้ายคำ ("gym", "happy", "my") ตำราเรียนมักเขียนว่า "A, E, I, O, U และบางครั้ง Y" และการเขียนนั้นแม่นยำกว่าการบังคับให้ Y เลือกฝ่าย
จุดที่ทำให้ผู้เรียนหลายคนสับสนคือชื่อตัวอักษรกับเสียงตัวอักษรไม่ตรงกัน ชื่อตัวอักษรคือสิ่งที่คุณอ่านเมื่อสะกด เสียงตัวอักษรคือสิ่งที่ตัวอักษรนั้นส่งเข้าไปในคำ ตัวอักษรหนึ่งตัวอาจมีหลายเสียงตามตำแหน่ง:
- ตัว C ชื่อ /siː/ แต่ให้เสียง /k/ ใน "cat" และเสียง /s/ ใน "city"
- ตัว G ชื่อ /dʒiː/ แต่ให้เสียง /ɡ/ ใน "go" และเสียง /dʒ/ ใน "giant"
- ตัว A ชื่อ /eɪ/ แต่ใน "cat" เป็น /æ/ ใน "car" เป็น /ɑː/ ใน "about" ลดลงเป็น /ə/
- ตัว E ท้ายคำมักไม่ออกเสียงเลย มันแค่ยืดสระข้างหน้า: "hat" กลายเป็น "hate" "not" กลายเป็น "note"
ผลในทางปฏิบัติ: จำตารางตัวอักษรไม่ช่วยให้คุณอ่านคำแปลกได้ มันช่วยแค่สะกดและค้นคำ อยากอ่านคำแปลก คุณต้องมีชุดเสียง ไม่ใช่ชุดชื่อตัวอักษร ผู้เริ่มต้นมักติดตรงนี้ และบทความ học tiếng Anh cho người mất gốc ผ่านลำดับที่ควรเรียนอะไรก่อน
สามกลุ่มสัมผัสที่ซ่อนอยู่ในตารางตัวอักษร
นี่คือส่วนที่เอกสารภาษาไทยพูดถึงน้อย แต่มันอธิบายเกือบทั้งเรื่องการฟังสับสนตอนสะกด ชื่อของ 26 ตัวไม่กระจายเท่าๆ กัน มันรวมกันเป็นสามแบบสัมผัส และในแต่ละแบบ สิ่งเดียวที่แยกตัวนี้จากตัวนั้นคือพยัญชนะสั้นๆ
| แบบสัมผัส | ตัวอักษรในกลุ่ม | ส่วนที่เหมือนกัน | ส่วนเดียวที่แยก |
|---|---|---|---|
| /iː/ | B, C, D, E, G, P, T, V และ Z ตามสำเนียงอเมริกัน | ท้าย /iː/ ยาว | พยัญชนะต้น ยืดยังไม่ถึงหนึ่งในสิบวินาที |
| /eɪ/ | A, H, J, K | สระคู่ /eɪ/ | พยัญชนะต้น H ยังมีท้าย /tʃ/ และ A ไม่มีพยัญชนะต้น |
| /e/ ขึ้นต้น | F, L, M, N, S, X และ Z ตามสำเนียงอังกฤษ | เริ่มด้วย /e/ | ส่วนท้าย: /f/, /l/, /m/, /n/, /s/, /ks/ |
| แยกต่างหาก | I, O, Q, R, U, W, Y | ไม่ซ้ำแบบใด | กลุ่มนี้แทบไม่ถูกฟังสับสน |
ดูตารางนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ถึงถามซ้ำบ่อย 当有人อ่าน "B" ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในพยัญชนะปากสั้นมากๆ ก่อนสระยาว ถ้าสายตัดท่อนแรกหายไป สิ่งที่เหลือคือ /iː/ และ /iː/ นั้นอาจเป็นตัวใดก็ได้ในเก้าตัวของกลุ่มหนึ่ง
ห้าข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำเมื่ออ่านชื่อตัวอักษร
1. อ่าน G และ J เหมือนกันทุกประการ
ทั้งคู่ขึ้นต้นด้วย /dʒ/ หูคนไทยจึงจัดเข้ากล่องเดียวกัน ความต่างอยู่ที่สัมผัสทั้งหมด: G คือ /dʒiː/ จบด้วยสระ /iː/ ยืดและยาว J คือ /dʒeɪ/ จบด้วยสระคู่ /eɪ/ ที่เลื่อน กล่าวอีกอย่าง G สัมผัสกับ B และ C ส่วน J สัมผัสกับ A และ K
เคล็ดตรวจตัวเอง: อ่านต่อเนื่อง "G, J, G, J" ถ้าสองครั้งฟังเหมือนกัน แปลว่าคุณอ่านผิดอย่างน้อยหนึ่งตัว อ่านถูกปากต้องเปลี่ยนรูปชัดเจนระหว่างสองครั้ง
2. อ่าน E และ I สลับกัน
ข้อผิดพลาดนี้มาตรงๆ จากภาษาไทย ที่ตัว "i" อ่านว่า /i/ ผู้เรียนเอานิสัยนั้นมา จึงอ่านตัว I ของภาษาอังกฤษว่า "i" แล้วงงว่าตัว E อ่านอย่างไร ความจริงกลับกัน: E คือ /iː/ และ I คือ /aɪ/
นี่คือข้อผิดพลาดที่แพงที่สุดในรายการนี้ เพราะ E และ I ปรากฏในเกือบทุกอีเมลและทุกชื่อ อ่านตัว E ผิดตัวเดียว อีกฝ่ายจดที่อยู่ผิดทั้งหมด
3. อ่าน H ว่า "hát"
การออกเสียงว่า "hát" เป็นสืบทอดจากภาษาฝรั่งเศสในระบบการศึกษาเก่า และยังถูกถ่ายทอดปากต่อปากจนถึงทุกวันนี้ ชื่อตัวอักษร H ในภาษาอังกฤษคือ /eɪtʃ/ เริ่มด้วยสระคู่ของตัว A แล้วปิดท้ายด้วย /tʃ/ ไม่มีเสียง /h/ อยู่ต้นคำเลย
คุณอาจได้ยินคนพูดภาษาอังกฤษเจ้าของภาษาบางคนอ่านว่า /heɪtʃ/ ส่วนใหญ่ในไอrelandและบางส่วนของอังกฤษ นั่เป็นความแปรผันตามภูมิภาคที่มีจริง แต่ไม่ใช่มาตรฐานที่ควรเรียนตาม และในการสอบหรือสภาพแวดล้อมทำงาน คุณควรใช้ /eɪtʃ/
4. อ่าน R ว่า "rờ" หรือ "e-rờ"
ชื่อตัวอักษร R คือ /ɑː/ ใน accent อังกฤษ และ /ɑːr/ ใน accent อเมริกัน เริ่มด้วยสระเปิด ปากอ้า คล้ายตอนหมอให้คุณพูด "a" ส่วนงอลิ้นอยู่ท้ายคำ และมีเฉพาะใน accent อเมริกัน
ชาวเวียดนามมักเติมเสียง /r/ ที่ต้น เพราะในภาษาเวียดนามตัว "r" อยู่ต้นพยางค์ ผลคือตัว R ฟังเหมือนเสียงสะดุดสั้น ๆ และคนฟังจัดไม่ได้ว่าเป็นตัวไหน
5. อ่าน Y, Q, W, Z ตามนิสัยเก่า
สี่ตัวนี้มักถูกอ่านแบบภาษาฝรั่งเศสหรือตามที่เรียกในประเทศ Y ไม่ใช่ "i-cờ-rét" แต่เป็น /waɪ/ อ่าน y เหมือนคำว่า "why" พอดี Q ไม่ใช่ "quy" แต่เป็น /kjuː/ มีเสียง /j/ เล็ก ๆ แทรกระหว่าง /k/ กับ /uː/ W มีสามพยางค์เต็ม /ˈdʌbəljuː/ ไม่ย่อเหลือสอง Z แล้วแต่ accent: /zed/ ในอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และ /ziː/ ในอเมริกา เลือก accent หนึ่งแล้วใช้ให้สม่ำเสมอ อย่าปน

สะกดชื่อและอีเมลทางโทรศัพท์
นี่คือสถานการณ์ที่ตารางตัวอักษรถูกใช้จริงในชีวิต: จองตั๋ว เปิดบัญชี ยืนยันคำสั่งซื้อ อ่านอีเมลให้พนักงานต้อนรับโรงแรม คุณต้องมีสามอย่าง: ชุดประโยคเปิด วิธีอ่านสัญลักษณ์ และนิสัยผูกแต่ละตัวอักษรกับคำตัวอย่าง
ประโยคเปิดและถามซ้ำ
- Could you spell that for me, please? ประโยคสุภาพที่สุดเพื่อขอให้อีกฝ่ายสะกด
- How do you spell your last name? ถามวิธีเขียนนามสกุล
- Let me spell that for you. บอกล่วงหน้าว่าคุณกำลังจะสะกด ให้อีกฝ่ายมีเวลาหยิบปากกา
- That is B as in Bravo. หรือย่อเป็น B for Bravo นี่คือประโยคสำคัญที่สุดในรายการ
- Double L. ตัว L สองตัวติดกัน สามตัวเหมือนกันพูดว่า triple
- Capital A, lowercase a. ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก
- All one word, no space. เขียนติดกัน ไม่มีช่องว่าง
- Was that M as in Mike, or N as in November? ประโยคถามซ้ำตรงจุดที่สับสนง่ายที่สุด
อ่านสัญลักษณ์ในอีเมลและที่อยู่เว็บ
| สัญลักษณ์ | อ่านว่า | IPA | หมายเหตุเวลาใช้ |
|---|---|---|---|
| @ | at | /æt/ | ในอีเมลพูดแค่ "at" ไม่ต้องพูด "at sign" |
| . | dot | /dɒt/ | ในอีเมลและที่อยู่เว็บใช้ "dot" เสมอ ไม่ใช่ "point" |
| _ | underscore | /ˈʌndəskɔː/ | ขีดล่าง พูดให้ชัดเพราะมักถูกฟังเป็นขีดกลาง |
| - | hyphen | /ˈhaɪfn/ | ขีดกลาง คนอเมริกันมักพูด "dash" /dæʃ/ |
| / | forward slash | /ˈfɔːwəd slæʃ/ | ในที่อยู่เว็บ ขีดกลับคือ "backslash" |
| + | plus | /plʌs/ | พบบ่อยในที่อยู่ Gmail ที่มีป้ายกำกับ |
| 0 | zero หรือ oh | /ˈzɪərəʊ/, /əʊ/ | เวลาอ่านเลขยาว ๆ คนเจ้าของภาษามักพูด "oh" เพื่อความเร็ว |
ตัวอย่างกับชื่อเวียดนาม
ชื่อภาษาเวียดนามมีวรรณยุกต์ และวรรณยุกต์ไม่มีในระบบของคนฟัง ตัดวรรณยุกต์ออกก่อน แล้วสะกดทีละตัวแบบไม่มีวรรณยุกต์ ตัว Đ อ่านว่า D นี่คือวิธีที่คนชื่อ Nguyễn Thị Mai Anh ทำ:
My last name is Nguyen. Let me spell that for you: N as in November, G as in Golf, U as in Uniform, Y as in Yankee, E as in Echo, N as in November. My email is mai dot anh dot nguyen at gmail dot com, all lowercase.
อ่านช้า หยุดครึ่งจังหวะหลังแต่ละตัว และจัดกลุ่มสามถึงสี่ตัวต่อครั้ง แทนที่จะอ่านติดกันหกตัวรวดเดียว คนจดต้องการเวลาเขียน ถ้าชื่อคุณมีตัวที่อยู่ในกลุ่มสระ /iː/ เช่น B, C, D, E, G, P, T, V ให้ผูกคำตัวอย่างตั้งแต่ต้น อย่ารอจนโดนถามซ้ำ
ชุดประโยคนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับประโยคที่คุณใช้ตอน แนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ และทั้งสองชุดควรจำให้ขึ้นใจก่อนโทรสำคัญ
ตาราง NATO phonetic alphabet
เวลาคุณพูดว่า "B as in Bravo" คำว่า Bravo นั้นไม่ได้ถูกคิดขึ้นมาในที่ ๆ มันอยู่ในชุดรหัสมาตรฐานสากลที่ ICAO ออก เรียกกันว่า NATO phonetic alphabet นักบิน ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ ทหาร แผนกธนาคาร และฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัทใหญ่ ต่างใช้ชุดนี้
แต่ละคำรหัสถูกเลือกเพราะยาว มีหลายพยางค์ และไม่คล้องกับคำอื่นในชุด นั่นคือวิธีชดเชยปัญหากลุ่มสระในส่วนก่อน: แทนที่จะแยก B กับ V ด้วยพยัญชนะสั้น ๆ คุณแยก "Bravo" กับ "Victor" ด้วยทั้งคำ
| ตัวอักษร | คำรหัส | วิธีอ่าน (IPA) |
|---|---|---|
| A | Alfa | /ˈælfə/ |
| B | Bravo | /ˈbrɑːvəʊ/ |
| C | Charlie | /ˈtʃɑːli/ |
| D | Delta | /ˈdeltə/ |
| E | Echo | /ˈekəʊ/ |
| F | Foxtrot | /ˈfɒkstrɒt/ |
| G | Golf | /ɡɒlf/ |
| H | Hotel | /həʊˈtel/ |
| I | India | /ˈɪndiə/ |
| J | Juliett | /ˈdʒuːliet/ |
| K | Kilo | /ˈkiːləʊ/ |
| L | Lima | /ˈliːmə/ |
| M | Mike | /maɪk/ |
| N | November | /nəʊˈvembə/ |
| O | Oscar | /ˈɒskə/ |
| P | Papa | /pəˈpɑː/ |
| Q | Quebec | /kəˈbek/ |
| R | Romeo | /ˈrəʊmiəʊ/ |
| S | Sierra | /siˈerə/ |
| T | Tango | /ˈtæŋɡəʊ/ |
| U | Uniform | /ˈjuːnɪfɔːm/ |
| V | Victor | /ˈvɪktə/ |
| W | Whiskey | /ˈwɪski/ |
| X | X-ray | /ˈeksreɪ/ |
| Y | Yankee | /ˈjæŋki/ |
| Z | Zulu | /ˈzuːluː/ |
สองรายละเอียดการสะกดที่ควรรู้ ฉบับทางการเขียนว่า Alfa และ Juliett ตั้งใจตัด "ph" และเติม "t" เพราะคนพูดภาษาฝรั่งเศสอ่าน "ph" ต่างกัน และ Juliet ตัว t เดียวมักถูกอ่านจนสูญเสียเสียงท้าย นอกนั้นคนส่วนใหญ่เขียน Alpha และ Juliet และไม่มีใครเข้าใจผิด
คุณไม่ต้องจำครบ 26 คำ จำสี่ตัวที่มักสับสนในชื่อของตัวเองก็พอใช้ได้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสถานการณ์ แต่คุณควรรู้จักชุดรหัสนี้เวลาได้ยิน เพราะแผนกโทรศัพท์จะใช้กับคุณ แม้คุณจะไม่ใช้กับพวกเขา
ฟัง: คู่ชื่อตัวอักษรที่มักฟังสลับ
อ่านถูกและฟังถูกเป็นสองทักษะแยกกัน คุณอาจออกเสียงครบ 26 ตัวได้มาตรฐาน แต่ยังจดผิดเมื่อคนอื่นสะกดเร็ว เพราะตอนนั้นคุณไม่มีเวลาคิดและมองไม่เห็นท่าปาก
ด้านล่างคือคู่ที่ก่อปัญหามากที่สุด เรียงตามความถี่ที่พบ
| คู่ที่มักสับสน | การออกเสียง | จุดต่างเพียงอย่างเดียว | วิธีจับให้ได้ |
|---|---|---|---|
| B และ V | /biː/ และ /viː/ | ปิดสองริมฝีปาก กับ ฟันสัมผัสริมฝีปากล่าง | V มีเสียงสั่นลากยาวต้นคำ B แตะแล้วหยุดทันที |
| B และ P | /biː/ และ /piː/ | P มีลมพุ่งแรง | ฟังเสียงลมเบาๆ หลังพยัญชนะต้นทันที |
| D และ T | /diː/ และ /tiː/ | T พุ่งลม D สั่นเส้นสายเสียง | เหมือนคู่ B และ P ฟังลมที่ออกมา |
| G และ J | /dʒiː/ และ /dʒeɪ/ | อยู่ที่พยางค์ท้าย ไม่ใช่พยัญชนะต้น | ข้ามส่วนต้น ฟังส่วนท้าย: /iː/ หรือ /eɪ/ |
| C และ Z (สำเนียงอเมริกัน) | /siː/ และ /ziː/ | Z สั่นเส้นสายเสียง | วางมือบนคอเมื่ออ่านเอง Z ทำให้สั่น C ไม่สั่น |
| M และ N | /em/ และ /en/ | ต่างกันแค่เสียงท้าย | M ปิดริมฝีปาก เสียงมูดจม N ริมฝีปากยังเปิด |
| F และ S | /ef/ และ /es/ | ต่างกันแค่เสียงท้าย | S แหลมและสูง F ทึบและพร่ามากกว่า |
| I และ Y | /aɪ/ และ /waɪ/ | Y มีเสียง /w/ ต้นคำ | ฟังว่ามีเสียงปากกลมก่อนสระหรือไม่ |
| A, H, J, K | /eɪ/, /eɪtʃ/, /dʒeɪ/, /keɪ/ | พยัญชนะต้น และหาง /tʃ/ ของ H | H เป็นตัวเดียวในกลุ่มที่มีหาง |
เมื่อคนสะกดชื่อตัวอักษรต่อเนื่องหกเจ็ดตัว ทุกอย่างยากขึ้นอีก ตัวอักษรติดกัน พยัญชนะท้ายของตัวหนึ่งถูกกลืนเข้ากับพยัญชนะต้นของอีกตัว และคุณได้ยินเป็นสตรีมเสียง ไม่ใช่หน่วยแยกๆ นั่นคือปรากฏการณ์ connected speech ที่อธิบายละเอียดใน connected speech และมันเกิดไม่ใช่แค่กับตัวอักษร แต่กับทุกอย่างในภาษาอังกฤษพูด
วิธีแก้ไม่ใช่ฟังซ้ำแล้วพยักหน้า เพราะการพยักหน้าทดสอบอะไรไม่ได้ วิธีแก้คือ ฟังจดคำสะกด: ฟังช่วงสั้นๆ ถอดทีละคำให้ตรง แล้วเทียบกับ transcript การจดผิดไม่โกหก ถ้าคุณจด "B" แต่เฉลยเป็น "V" คุณรู้ชัดว่าหูพลาดตรงไหน และจุดพลาดนั้นซ้ำแบบเดิมหลายบท
บน WELE คลังพอดแคสต์กว่า 800 ตอนมี transcript ครบ ระบบให้คะแนนทีละคำที่คุณจด และคำที่ผิดจะเข้าโหมดทบทวนแบบเว้นช่วงให้เจออีกครั้งในไม่กี่วัน คุณเริ่มฟรีได้ด้วย พอดแคสต์สั้นที่มี transcript หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าอยู่ระดับไหน ทำ แบบทดสอบระดับการฟัง ก่อนเพื่อเลือกบทที่พอดี ขั้นตอนละเอียดอยู่ใน 5 ขั้นตอนฟังจดคำสะกด
คำถามที่พบบ่อย
ตารางอักษรภาษาอังกฤษมีสระกี่ตัว
สระห้าตัวคือ A, E, I, O, U และ Y นับเพิ่มเมื่อทำหน้าที่เป็นสระ เช่นใน "gym" หรือ "happy" แต่จำนวนตัวสระไม่เท่ากับจำนวนเสียงสระ: ภาษาอังกฤษมีเสียงสระประมาณยี่สิบตัว เขียนด้วยห้าตัวนั้นและการรวมกัน นั่นคือเหตุผลที่ A ตัวเดียวออกเสียงต่างกันใน "cat", "car" และ "about"
ตัว H อ่านว่า "แฮต" หรือ "เอ-ช"
คือ /eɪtʃ/ ใกล้เคียง "เอ-ช" วิธีอ่าน "แฮต" มาจากภาษาฝรั่งเศส ไม่ใช้ในภาษาอังกฤษ มีรูปแบบ /heɪtʃ/ ที่ได้ยินในไอร์แลนด์และบางภูมิภาคของอังกฤษ แต่คุณควรเรียน /eɪtʃ/
Z อ่านว่า "zed" หรือ "zi" อันไหนถูก
ถูกทั้งคู่ ต่างกันตามภูมิภาค อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ใช้ /zed/ อเมริกาใช้ /ziː/ สิ่งเดียวที่ควรหลีกเลี่ยงคือปน 두สำเนียงในบทสนทนาเดียว จำไว้ว่า /ziː/ ของสำเนียงอเมริกันอยู่กลุ่มพยางค์เดียวกับ B, C, D, E, G, P, T, V จึงสับสนง่ายกว่า /zed/
จะไม่สับสน G กับ J เมื่อได้ยินคนอื่นสะกดได้อย่างไร
อย่าพยายามฟังพยัญชนะต้น เพราะสองตัวนี้เหมือนกันตรงนั้น ฟังส่วนท้าย: G จบด้วย /iː/ คงที่ J จบด้วย /eɪ/ เลื่อนลง ถ้ายังไม่แน่ใจ ถามซ้ำด้วยประโยคมาตรฐาน: "G as in Golf, or J as in Juliett?"
เด็กควรเรียนชื่อตัวอักษรก่อน หรือเสียงตัวอักษรก่อน
ถ้าเป้าหมายคืออ่านคำได้ เสียงตัวอักษรสำคัญกว่า และควรไปก่อนหรือไปคู่ขนาน ชื่อตัวอักษรจำเป็นเมื่อสะกดและเปิดพจนานุกรม ผู้ใหญ่หลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษเจอปัญหาเดียวกัน: จำลำดับ A ถึง Z ได้ แต่เห็นคำแปลกยังอ่านไม่ออก เพราะขาดชุดเสียง ไม่ใช่ชุดชื่อ
เรียนตารางอักษรเสร็จแล้วควรเรียนอะไรต่อ
เรียนต่อด้วยระบบเล็กๆ ที่ปิด เช่น มีจำนวนจำกัดและใช้ทุกวัน: ตัวเลข, ชื่อเดือน, วันในสัปดาห์, เวลา, สี่ฤดู จำได้ไม่มาก แต่โผล่ในแทบทุกบทสนทนา คุ้มค่ากว่าเรียนคำศัพท์เป็นรายคำมาก คุณทดสอบคลังคำปัจจุบันด้วย แบบทดสอบคำศัพท์ฟรี เพื่อรู้ว่าควรเริ่มจากไหน
ยี่สิบหกตัวอักษรคือชุดเล็กที่สุดในภาษาอังกฤษ และเป็นชุดที่คุณใช้บ่อยที่สุดนอกชีวิต ทุกครั้งที่อ่านอีเมลหรือยืนยันชื่อ อ่านถูกคือครึ่งหนึ่ง ฟังถูกตอนคนอื่นอ่านเร็วคืออีกครึ่ง และครึ่งหลังนั้นมั่นคงก็ต่อเมื่อคุณทดสอบหูด้วย ฟังจดคำสะกด แทนที่จะเชื่อความรู้สึกว่าเข้าใจแล้ว