วิธีฟังชวนจดภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง ทีละขั้นตอน

On this page
การฟังจดถอดความเป็นคำแนะนำที่ใครเรียนภาษาอังกฤษก็เคยได้ยิน สิ่งที่มีคนพูดชัดไม่กี่คนคือทำอย่างไรให้ถูก เลยมีคนเปิดบทเรียนมา จดได้ไม่กี่ประโยค เห็นผิดเกือบหมด แล้วสรุปว่าตัวเองไม่เหมาะกับวิธีนี้
ส่วนมากไม่ใช่ว่าคุณไม่เหมาะ ส่วนมากคือคุณทำผิดในหนึ่งในแอปขั้นตอน และขั้นตอนที่ถูกข้ามบ่อยที่สุดกลับเป็นขั้นตอนเดียวที่ทำให้คุณก้าวหน้า
บทความนี้ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง พร้อมข้อผิดพลาดเฉพาะที่หูคนเวียดนามมักสะดุด ถ้าคุณกำลังหาเครื่องมือสำหรับจด บทความเปรียบเทียบ 8 เว็บและแอปฟังจดถอดความตอบคำถามนั้น
- สี่ขั้นตอน ทำตามลำดับ
- เลือกบทเรียนให้พอดี
- สี่กลุ่มข้อผิดพลาดที่หูคนเวียดนามมักสะดุด
- แต่ละครั้งนานเท่าไหร่ นานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น
- คำถามที่พบบ่อย
สี่ขั้นตอน ทำตามลำดับ
ลำดับสำคัญกว่าที่คนคิด สลับขั้นตอนคือวิธีเร็วที่สุดที่จะทำให้ครั้งเรียนกลายเป็นการพิมพ์
ขั้นตอนที่ 1: ฟังให้จบหนึ่งรอบ ยังไม่จดอะไรเลย
จุดประสงค์ของรอบนี้ไม่ใช่เข้าใจ แต่คือทำความคุ้นเคย: หัวข้อคืออะไร มีกี่คนพูด เสียงเป็นอย่างไร เร็วหรือช้า ฟังได้เท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร
ข้ามขั้นตอนนี้ คุณต้องเดาเนื้อหาและจับทีละคำพร้อมกัน และสมองจะใช้พลังทั้งหมดไปกับการเดา
ขั้นตอนที่ 2: จดทีละประโยค
ฟังหนึ่งประโยค หยุด จดออกมา กรอกประโยคนั้นใหม่ถ้าจำเป็น กฎเดียวที่ต้องจำ: หลังประมาณห้าครั้งแล้วยังไม่ออก ให้เว้นว่างแล้วไปต่อ
ฟังครั้งที่สิบห้าแทบไม่เคยช่วย ถ้าคำนั้นยังไม่อยู่ในหัวคุณ ฟังเพิ่มก็ไม่เกิดขึ้นมาได้ และคุณแค่เผาความอดทนของตัวเอง ช่องว่างคือข้อมูล ไม่ใช่ความล้มเหลว
ขั้นตอนที่ 3: เปรียบเทียบกับ transcript
นี่คือขั้นตอนที่ตัดสิน และก็เป็นขั้นตอนที่ถูกข้ามบ่อยที่สุด เปรียบงานจดของคุณกับต้นฉบับ ทีละคำ
อย่าแค่นับว่าผิดกี่ที่ ดูว่าแบบการผิดคืออะไร เพราะข้อผิดพลาดจากการฟังแทบจะตกอยู่ในกลุ่มคงที่ไม่กี่กลุ่ม และรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ครั้งหน้าคุณจะสังเกตถูกจุด
ขั้นตอนที่ 4: ฟังซ้ำเฉพาะประโยคที่เพิ่งผิด
เปิดประโยคที่คุณจดขาดแล้วฟัง ตอนนี้รู้คำตอบแล้ว ความรู้สึก "อ๋อ มันอยู่ตรงนั้นเลยแต่ฟังไม่ออก" คือตอนที่หูคุณเรียนรู้บางอย่าง
ข้ามขั้นตอน 3 และ 4 ครั้งที่แล้วก็แค่แบบฝึกพิมพ์ จริงจัง: ถ้าวันไหนมีแค่สิบนาที ให้จดน้อยลง อย่าข้ามสองขั้นตอนท้าย

เลือกบทเรียนให้พอดี
บทเรียนที่พอดีคือบทที่ฟังรอบแรกคุณจับใจความได้ แต่ยังขาดรายละเอียดแน่นอน ถ้าจดแล้วผิดเกือบหมด บทเรียนยากเกินไป และคุณจะท้อภายในสามวัน ถ้าจดถูกเกือบหมด บทเรียนไม่ได้สอนอะไรใหม่
วิธีตรวจง่ายๆ: หลังเปรียบเทียบ ถ้าจำนวนที่คุณเว้นว่างมากกว่าประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนคำ ให้ถอยลงหนึ่งระดับ
ความยาวก็เช่นกัน หนึ่งถึงสองนาทีเสียงก็พอสำหรับหนึ่งครั้ง ฟังแล้วรู้สึกสั้น แต่จดทีละประโยคจะกินเวลาสองสิบนาที และนั่นเป็นเรื่องปกติ
ถ้ายังไม่ชัดว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ทำแบบทดสอบระดับการฟังครั้งหนึ่งแล้วเลือกตามผล จะได้ไม่เสียเวลาหลายสัปดาห์ลองผิดลองถูก
สี่กลุ่มข้อผิดพลาดที่หูคนเวียดนามมักสะดุด
หลังไม่กี่ครั้ง คุณจะเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองซ้ำๆ นี่คือสี่กลุ่มที่พบบ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างเฉพาะ
| กลุ่มข้อผิดพลาด | คุณได้ยินเป็น | จริงๆ แล้วคือ |
|---|---|---|
| เสียงท้ายถูกกลืน | ask | asked |
| การเชื่อมเสียง | anowuranahaf | an hour and a half |
| รูปย่อ | he would | he'd |
| คำหน้าที่ถูกพูดลอยๆ | (ไม่ได้ยินอะไรเลย) | of, at, to |
เสียงท้ายและท้ายคำ
ภาษาเวียดนามไม่มีพยัญชนะท้ายที่ระเบิดลมเหมือนภาษาอังกฤษ เลยหูเรามักข้ามไปโดยปริยาย ผลคือ weeks ได้ยินเป็น week walked เป็น walk ที่น่าพูดคือเสียท้ายคือเสียทั้งกาลและพหูพจน์ คือเสียความหมาย ไม่ใช่แค่เสียเสียง
การเชื่อมเสียง
เจ้าของภาษาไม่ได้อ่านแยกทีละคำ an hour and a half ออกจากปากเป็นช块เดียว ตอนจด คุณจะเห็นตัวเองเขียนชุดไร้ความหมายแล้วเว้นว่าง นี่คือกลุ่มข้อผิดพลาดที่ก้าวหน้าชัดที่สุดจากการฟังจด เพราะคุณต้องแยกช块นั้นออกเป็นทีละคำ
รูปย่อ
he'd, they've, would've, should've ลอยผ่านเร็วมาก เคล็ดเล็กน้อย: เมื่อเห็นประโยคที่จดออกมาขาดกริยาช่วยแต่ยังดูถูกไวยากรณ์ มีโอกาสสูงว่าตรงนั้นมีรูปย่อที่คุณข้ามไป
คำหน้าที่
คำสั้นที่ไม่รับ stress ถูกพูดลอยๆ แทบหายไปเลย มันกระทบความหมายน้อย เลยหลายคนข้ามไป แต่พวกมันคือสิ่งที่ทำให้คุณฟังทั้งประโยคได้ แทนที่จะจับได้แค่คำสำคัญไม่กี่คำแล้วเดาส่วนที่เหลือ
แต่ละครั้งนานเท่าไหร่ นานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น
ยี่สิบนาทีทุกวัน ทำสม่ำเสมอ ดีกว่าสองชั่วโมงกองรวมปลายสัปดาห์ เพราะต้องจดทีละประโยค การฝึกแบบนี้ค่อนข้างหนักหัว และทำสั้นๆ แต่สม่ำเสมอเป็นวิธีเดียวที่รักษานิสัยได้
เรื่องความก้าวหน้า ความรู้สึกเป็นตัวชี้วัดที่แย่: วันที่นอนพอคุณรู้สึกเก่งขึ้นมาก วันที่เหนื่อยรู้สึกแย่ลง ทั้งที่ระดับจริงไม่เปลี่ยน สัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่า:
- ความยากเท่าเดิม จำนวนที่เว้นว่างลดลงเรื่อยๆ
- คุณต้องเลื่อนกลับน้อยลงสำหรับแต่ละประโยค
- กลุ่มข้อผิดพลาดที่เคยซ้ำๆ เช่น ท้าย -ed เริ่มหายไป
- คุณเริ่มฟังออกคำหน้าที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอยู่เลยสำหรับคุณ
ความก้าวหน้าในทักษะการฟังเป็นแบบทีละขั้น ไม่ใช่เส้นตรง อาจหลายสัปดาห์ไม่เห็นอะไร แล้วทันใดหนึ่งบทที่เคยยากก็กลายเป็นง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ควรจดด้วยมือหรือพิมพ์?
พิมพ์เร็วกว่า เลยจดได้มากกว่าในเวลาเท่ากัน และเครื่องมือตรวจได้ทันที จดมือช้ากว่าแต่มีคนรู้สึกจำได้นานกว่า ไม่มีคำตอบที่ถูก เลือกอันที่คุณทำต่อได้
ควรเปิดซับไตเติลตอนจดไหม?
ไม่ ตอนจดไม่เปิด ซับไตเติลเปลี่ยนบทฟังเป็นบทอ่าน เปิด transcript เฉพาะขั้นตอนเปรียบเทียบ
การฟังจดช่วยสอบ IELTS หรือ TOEIC ไหม?
ช่วย แต่ทางอ้อม ข้อสอบทดสอบความสามารถจับรายละเอียดตอนฟัง และการฟังจดฝึกส่วนนั้นพอดี: ตัวเลข ชื่อเฉพาะ ท้ายกริยา คำหน้าที่ที่ถูกพูดลอยๆ นั่นก็คือจุดที่เสียคะแนนบ่อยที่สุด
ฟังไม่เข้าใจอะไรเลย ควรจดไหม?
ไม่ ถ้าคุณจับใจความรอบฟังแรกไม่ได้ บทเรียนยากเกินไป และการจดจะแค่จดเสียงไร้ความหมาย ถอยไปบทที่ง่ายกว่า
เมื่อไหร่ควรเพิ่มความยาก?
เมื่อคุณจดบทที่ระดับปัจจุบันแล้วเหลือขาดแค่ไม่กี่จุด และจุดที่ขาดไม่ได้อยู่ในกลุ่มข้อผิดพลาดเดียวกันอีก
เริ่มต้น
เลือกบทสั้นพอดี ตั้งเวลายี่สิบนาที และทำสี่ขั้นตอนข้างบนให้ถูก โดยเฉพาะสองขั้นตอนท้าย ถ้าอยากมี transcript มาตรฐาน เครื่องเล่นตัดตามประโยค และส่วนตรวจชี้ทีละคำที่ขาด คุณสามารถเริ่มจดบน WELEฟรี
อ่านเพิ่ม: เปรียบเทียบ 8 เว็บและแอปฟังจดถอดความถ้าคุณกำลังเลือกเครื่องมือ และกรอบ 20 นาทีฝึกฟังทุกวันถ้าคุณอยากทำให้เรื่องนี้เป็นนิสัย