ขั้นตอนยกระดับภาษาอังกฤษ

WELE Team19 min read1 views
ขั้นตอนยกระดับภาษาอังกฤษ

คำนำ

เวลาคุยกับเพื่อนๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน พวกเราเห็นว่ามี 2 วิธีที่จะช่วยให้ [จำนวนมาก] ชาวเวียดนามได้ซึมซับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก

  • หนึ่งคือแปลหนังสือมีค่าจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาเวียดนาม
  • สองคือเผยแพร่ภาษาต่างประเทศให้ชาวเวียดนาม (ที่สำคัญที่สุดคือภาษาอังกฤษ)

สองวิธีนี้ต้องทำพร้อมกัน คู่ขนาน และเสริมกัน เพราะเรามองการเรียนภาษาต่างประเทศเป็นเรื่องสนุก (เลยคิดและปรับปรุงวิธีเรียนอยู่เรื่อยๆ) บวกกับเรามีแผนระยะยาวส่งคนเก่งชาวเวียดนามไปฝึกอบรมต่างประเทศ เราเลยโฟกัสเวลาไปพัฒนาและแชร์วิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดให้เพื่อนๆ รุ่นใหม่

กลุ่มที่เราอยากมุ่งไปคือเพื่อนๆ ที่อยากยกระดับภาษาอังกฤษ อยากเรียนภาษาอังกฤษระยะยาว และหวังว่าวันหนึ่งเพื่อนๆ จะรักภาษาอังกฤษเหมือนที่เรารัก ^_^. ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สนุกและมี logic มาก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มันกลายเป็นภาษาที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก!!

สิ่งที่เราแชร์ไม่สามารถแทนศูนย์ภาษาอังกฤษหรือคลาสเรียนพิเศษได้ เพื่อนๆ ให้มองบทความนี้เป็นวัสดุเสริมที่ใช้เสริมภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษสนุกขึ้น มันจะช่วยให้เพื่อนๆ เรียนแบบ active learning และตอนนั้นการไปคลาสเรียนพิเศษก็แค่ไปถามครูเรื่องที่ยังไม่รู้ แทนที่จะไปนั่งฟังครูสอน!

โอเค พูดยาวไป เริ่มเลย!

หลังจากเราเขียน note เรื่อง “ใช้ BBC learning English เพื่อยกระดับภาษาอังกฤษ” เราได้รับการตอบรับอย่างใหญ่หลวงจากเพื่อนๆ รุ่นใหม่ที่พยายามเต็มที่เพื่อพัฒนาภาษาต่างประเทศของตัวเอง (มากกว่า 1.6k share จนถึงตอนนี้) (link http://goo.gl/RiZa5R)

Note นั้นสำเร็จในการแนะนำเว็บไซต์และวิธีใช้โปรแกรมที่มีประโยชน์ที่สุดของ BBC learning English แต่ 2 เรื่องที่ note นั้นยังไม่ได้แก้ และเราจะพูดถึงใน note นี้:

  1. กำหนดทิศทางขั้นตอนเรียนภาษาอังกฤษ (ตอบคำถามเยอะมากว่า “ผม/ดิฉันควรเริ่มจากไหน?”)
  2. สร้างโปรแกรมภาษาอังกฤษแบบ interactive รายสัปดาห์ เพื่อให้เพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษยกระดับตัวเองอย่างมีวินัย (ขั้นตอนที่ 4a)

ขั้นตอนเรียนภาษาอังกฤษ

จริงๆ แล้ว เราเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก (ประมาณป.3) แต่เรียนไม่โฟกัส และเริ่มเรียนจริงจังตอน ม.6 กับปีแรกมหาวิทยาลัย ก่อนไปอังกฤษ เลยเราลองภาษาอื่นเพื่อวางตัวเองในตำแหน่งของเพื่อนๆ จากนั้นเราสรุปเป็นห้าขั้นตอนพื้นฐานในการเรียนภาษาต่างประเทศ (และในกรณีนี้คือภาษาอังกฤษ) ที่เพื่อนๆ อ้างอิงได้:

ขั้นตอนที่ 1: เรียนสระและพยัญชนะในภาษาอังกฤษอีกครั้ง ความเหมือนและต่างจากพยางค์ภาษาเวียดนาม

ขั้นตอนที่ 2: เรียนคลังคำศัพท์พื้นฐาน แนะนำให้เพื่อนๆ เรียนและจำ Oxford Words 3000 คำ (คำนิยามและการออกเสียงมาตรฐาน หมายเหตุที่ขั้นตอนนี้ ถ้าเพื่อนๆ ออกเสียงได้แล้ว ต้องออกเสียง 3000 คำนี้ให้ถูกต้อง) http://www.oxfordlearnersdictionaries.com/wordlist/english/oxford3000/

ขั้นตอนที่ 3: เรียน 5 tense ไวยากรณ์พื้นฐาน: present simple, present continuous, present perfect, past simple และ future simple; แต่ละ tense เรียน 3 รูปแบบ: รูปบอกเล่า รูปปฏิเสธ และรูปคำถาม (แค่เรียนจากหนังสือเรียนก็พอ ไม่ต้องเยอะ!)

ขั้นตอนที่ 4a: ฟัง episodes ช้ามากๆ เพื่อเพิ่มคำศัพท์

ขั้นตอนที่ 4b: ฟัง episodes ความเร็วปานกลางและเร็ว

ขั้นตอนที่ 5: ฝึกทักษะการพูด

ขั้นตอนที่ 1: สิ่งสำคัญที่สุดเวลาเรียนภาษา คือต้องเริ่มจากเรียนเสียง (สระและพยัญชนะ) ของภาษาใหม่ ความเหมือนและต่างของเสียงเหล่านั้นกับเสียงที่เรารู้ (คือเสียงภาษาเวียดนาม) แต่ละเสียง เราต้องดูท่าปากและวิธีใช้ลมหายใจของเจ้าของภาษาเวลาออกเสียง เพื่อให้แน่ใจว่าเราออกเสียงได้ถูกที่สุด

บน Youtube มีวิดีโอสอนออกเสียงหลายอันที่ดีที่เพื่อนๆ ตามได้เพื่อคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐาน แต่เราเห็นว่าในวิดีโอส่วนใหญ่ คนสอนจะออกเสียงให้ฟังแล้วให้เพื่อนๆ ลอกตาม ทั้งที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีความสามารถแบบนั้น ถ้าพูดเรื่องพรสวรรค์ภาษา นี่อาจเป็นพรสวรรค์เดียว คือมีคนฟังแล้วลอกได้ คนอื่นทำไม่ได้ แต่แม้คนที่ “พรสวรรค์น้อยที่สุด” แค่ให้ความสำคัญกับท่าปากและลิ้น ใช้เวลามากขึ้น เรายืนยันว่าเพื่อนๆ ออกเสียงได้ถูก

ตอนสอนเพื่อนสนิทและญาติออกเสียงภาษาอังกฤษ เราสรุปได้ถึงความน่าสนใจ ระบบ และ logic ของเสียงภาษาอังกฤษ + ท่าปาก (+ลิ้น) เพื่อออกเสียงถูก เรื่องนี้เขียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำวิดีโอแชร์กับทุกคนตาม http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/grammar/pron/sounds/

เพราะขาดประสบการณ์ทำ Vlog เพื่อนๆ รอหน่อยนะ :”>. นี่คือวิดีโอแรก https://www.youtube.com/watch?v=llcQpxTE-_o&ab_channel=WELEWeEnJoyLearNingEngLish

โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ แอปมือถือ ELSA ได้รับรางวัลเทคโนโลยีมากมายในการช่วยคนฝึกทักษะออกเสียง
ถ้าใช้แล้วเห็นผลและอยากซื้อ อย่าลืมใช้รหัสส่วนลด WELEVN นะ https://elsaspeak.com/inf/welevn/

ขั้นตอนที่ 4: ทักษะการฟัง (ขั้นตอนที่ 4) แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน 4a และ 4b

ขั้นตอนที่ 4a: เมื่อเพิ่งเรียนภาษาใหม่ เพราะคำศัพท์มีจำกัด และหูยังไม่ได้ฝึกฟังบทสนทนาเร็ว สิ่งที่ดีที่สุดคือฟังบทสนทนาความเร็วช้าและช้ามากๆ เพื่อเรียนรู้คำ

ขั้นตอนที่ 4b: เมื่อระดับถึงจุดหนึ่งแล้ว เริ่มฟังความเร็วเร็วขึ้น เราแนะนำเริ่มจาก “The flatmate” หรือถ้ามั่นใจกว่านั้น ฟัง “6 minute English” โปรแกรม 6 minute English เรายังฟังอยู่จนถึงตอนนี้ (download ลงมือถือแล้วฟังบนรถบัส+ metro) เพราะช่วยอัปเดตข่าวและขยายความรู้เรื่องต่างๆ ดังนั้นแม้เพื่อนๆ IELTS ได้ 6.5 หรือมากกว่า แม้ไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้ว เรายังแนะนำให้ฟัง 6 minute English มาก

ขั้นตอนที่ 5: มีหลายมุมมองเรื่องเรียนภาษาต่างประเทศ และเราเชื่อว่า “เรียนภาษาต่างประเทศเหมือนเด็กเรียนภาษาแม่ ต้องฟังพอแล้วถึงจะเริ่มพูดได้” จะเห็นได้จากเด็กที่พ่อแม่คุยด้วยบ่อยจะพูดได้เร็วกว่า เช่นกัน เพื่อนๆ ต้องฟังและเรียนครบจำนวนคำก่อน ประกอบคำเป็นประโยค พูดประโยคที่เคยฟัง แล้วค่อยๆ สร้างประโยคของตัวเอง สำหรับเพื่อนๆ ที่ผ่านขั้นตอนที่ 4a แล้ว วิธีฝึกพูดที่ดีที่สุดคือคุยกับชาวต่างชาติ โอกาสที่ดีที่สุดน่าจะเป็นทำไกด์นำเที่ยว เพื่อนๆ ไปกับคนที่มีประสบการณ์แล้วฟังไปเรื่อยๆ เพื่อนๆ จะเริ่มพูด ที่ Hanoi เราเห็นมี 2 groups ที่ดีมากคือ Hanoi Free Tourguide และ HanoiKids

https://www.facebook.com/hftgs?fref=ts https://www.facebook.com/hanoikids

โปรแกรมฟังภาษาอังกฤษแบบ interactive รายสัปดาห์ (ขั้นตอนที่ 4) WE ENJOY LEARNING ENGLISH (WELE)

เพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังภาษาอังกฤษจะท้อเพราะเหตุผลพวกนี้:

1. ฟังไม่ได้คำในช่วงบทสนทนา สาเหตุคือเมื่อเจ้าของภาษาพูดเร็ว พวกเขาจะกลืนเสียงหรือเชื่อมคำเป็นวลี ถ้าคุณไม่เคยได้ยินวลีนี้มาก่อน การฟังไม่ได้เป็นเรื่องเข้าใจได้มาก ก่อนหน้านี้เคยถูกแนะนำให้เรียนภาษาอังกฤษผ่านเพลงหรือดูหนัง แต่ในความเป็นจริงเพลงฟังยากมาก (เพราะมีการลากเสียงและกลืนเสียงทุกแบบ) ส่วนหนัง (โดยเฉพาะหนังแอ็คชันสหรัฐ) ยากต่อการจับคำยิ่งกว่า ดูเพื่อความบันเทิงและเข้าใจผ่านภาพเป็นหลัก ไม่คิดว่าคุณค่าในการเรียนมีมาก สำหรับผู้เริ่มเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือฟังบทสนทนาช้าและช้ามาก เพื่อให้คุณคุ้นเคย ฟัง และเรียนรู้คำศัพท์ นั่นคือเหตุผลที่ในโปรแกรม WELE ในแต่ละ 4 สัปดาห์ เราใช้ 2 บท Spotlight English (ภาษาอังกฤษช้ามาก + คำง่าย) 1 บท Deep English (ช้าและคำซับซ้อน) และ 1 บท 6 minute English (เร็วและคำง่าย) นอกจากนี้โปรแกรมยังมี WELE Tool ช่วยให้กรอกเสียงขณะฟังเขียนตามและลดความเร็วหากจำเป็น

2. ขาดแรงจูงใจ & ขี้เกียจ นี่เป็นปัญหาที่มีมานาน สิ่งที่ทำให้ครูหงุดหงิดที่สุดคือเมื่อตนเองอุทิศแรงสอนฟรี แต่ผู้เรียนตื่นเต้นได้แค่ไม่กี่ครั้งก็หยุด หลายคนไปเรียนพิเศษด้วยเหตุผลง่ายๆ จ่ายเงินแล้วเพราะ เสียดาย จึงเรียน นี่ ไม่ใช่ แรงจูงใจที่ถูกต้อง?!! ดังนั้นจึงอยากสร้างโปรแกรมที่คุณเรียนเพราะคุณ ชอบ เพราะ คำสัญญา ของคุณ และเพราะคุณได้รับ การกระตุ้น อย่างต่อเนื่องให้เรียนภาษาอังกฤษ มีเช่นนั้นจึงสมควรกับแรงและใจที่อุทิศไป

ดังนั้น จึงก่อตั้งโปรแกรม WE ENJOY LEARNING ENGLISH (https://www.facebook.com/groups/WELEVN/) ตั้งแต่ 12/5/2014 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนๆ กว่า 9000 คนในการเรียนภาษาอังกฤษ

หมายเหตุ: ลิงก์บทความต้นฉบับ https://www.facebook.com/notes/10207879666665210/)

WELE Team
The WELE team writes about dictation, listening practice and how to keep self-study going.